โรคทางพันธุกรรมของลาบราดอร์

โรคทางพันธุกรรมของลาบราดอร์จะมีอยู่  2 กลุ่ม กลุ่มแรกโรคที่เทคโนโลยี DNA ปัจจุบันไม่สามารถตรวจพบยีนต้นตอที่ทำให้เป็นโรค เช่น โรคข้อสะโพกเจริญผิดปกติ (Hip Dysplasia) และโรคข้อสะโพกเจริญผิดปกติ (Hip Dysplasia) กลุ่มที่สองคือโรคที่เทคโนโลยี DNA ปัจจุบันสามารถตรวจพบยีนต้นตอที่ทำให้เป็นโรค ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 6 โรค

1. โรคที่เทคโนโลยี DNA ปัจจุบันไม่สามารถตรวจพบยีนต้นตอที่ทำให้เป็นโรค

– 1.1 โรคข้อสะโพกเจริญผิดปกติ (Hip Dysplasia) โรคข้อสะโพกนี้จะมีพัฒนาการในช่วงที่มีการเจริญเติบโตของกระดูกจึงอาจพบได้ตั้งแต่ 4-12 เดือน ลักษณะอาการคือเบ้าข้อต่อกระดูกที่บริเวณสะโพกผิดปกติตื้นหรือข้อต่อไม่สวมต่อกันสนิททำให้มีการเสียดสีกันมากกระดูกอ่อนที่ครอบบริเวณข้อต่อสึกกร่อนเร็วมากจนทำให้เกิดอาการเจ็บบริเวณข้อสะโพก สุนัขก็จะไม่สามารถลงน้ำหนักได้หรือไม่ยอมเดินเลย เกิดจากการเจริญผิดปกติของข้อต่อสะโพก ลักษณะอาการที่จะบ่งบอกได้ถึงการผิดปกติของข้อสะโพกในสุนัข เช่น ไม่ชอบออกกำลังกาย วิ่งเหมือนกระต่าย (กระโดด 2 เท้าหลังไปพร้อมกัน) ลุกขึ้นจากการนอนยากลำบากมีอาการเจ็บเมื่อลงน้ำหนักที่ขาหลัง ฯลฯ สุนัขที่เป็นโรคข้อสะโพกจะทนการงอเข้าของขาหลังได้ แต่มักจะแสดงอาการเจ็บเมื่อเหยียดขาหลังออก ในการตรวจโรคนี้สัตวแพทย์ทั่วไปไม่สามารถยืนยันหรือออกใบรับรองได้ว่าพ่อแม่พันธุ์จะไม่เป็นพาหะนำโรคได้แต่เรามีวิธีตรวจว่าพ่อแม่พันธุ์มีข้อสะโพกอยู่ในระดับที่ดีหรือไม่ โดยส่งการฟิมล์ X-RAYไปที่สถาบันในต่างประเทศเพื่อยืนยันการวิเคราะห์และออกใบรับรองให้ เช่น สถาบัน OFAอย่างไรก็ตามถึงแม้ผลการวินิจฉัยจากสถาบันจะอยู่ในระดับดีเยี่ยม ก็ไม่ได้การันตีว่าลูกสุนัขจะไม่มีโอกาสเป็นโรคข้อสะโพกเพียงแต่เป็นการประเมินข้อสะโพกของพ่อแม่พันธุ์เท่านั้น การตรวจ DNAถึงจะสามารถยืนยันได้ แต่ปัจจุบันเทคโนโลยี DNA ยังไม่สามารถตรวจได้ โรคข้อสะโพกยังเกิดจากสาเหตุจากการเลี้ยงดูได้ด้วย เช่น ภาวะโภชนาการที่ไม่สมดุล อาหารที่มีปริมาณไขมันสูง การเลี้ยงสุนัขให้มีน้ำหนักเกินกว่าปกติ หรือการได้รับแร่ธาตุ ที่ไม่เหมาะสม การขาดการออกกำลังกาย หรือออกกำลังกายผิดประเภทการเลี้ยงสุนัขในบริเวณที่ลื่น

– 1.2 โรคข้อศอกเจริญผิดปกติ (Elbow Dysplasia) โรคข้อศอกเจริญผิดปกติหรือเรียกอีกอย่างว่า โรคข้อศอกเสื่อม เป็นกลุ่มอาการที่มีผิดปกติทำให้ข้อศอกผิดรูปไปได้แก่ การไม่เชื่อมตัวของกระดูก การแตกของกระดูก การสวมของข้อต่อและการเจริญผิดรูป ซึ่งส่งผลให้เกิดการเสื่อมของข้อศอกตามมา สำหรับสาเหตุมาจากความผิดปกติในระหว่างการเจริญของกระดูก นอกจากนั้นสาเหตุโดยทั่วไปได้แก่ ความผิดปกติของโภชนาการที่ได้รับในระหว่างที่กำลังเจริญเติบโตปัจจัยทางด้านพันธุกรรม การได้รับอุบัติเหตุ โดยอุบัติการณ์ของโรคนี้พบว่าส่วนใหญ่จะเกิดในสุนัขพันธุ์ใหญ่ที่มีอัตราการเจริญเติบโตเร็ว เช่น German shepherd, Great Dane, Labrador Retriver โดยจะพบในลูกสุนัขที่มีอายุ 4-10 เดือนอาการที่สุนัขแสดงออกคือการเจ็บขาหน้าแบบเป็นๆ หาย หรืออาจเป็นแบบเจ็บตลอดเวลา ซึ่งความรุนแรงก็จะแตกต่างกัน นอกจากนั้นจะพบว่าข้อศอกมักจะกางออก รวมทั้งขาข้างที่เจ็บหมุนออกข้างนอก นอกจากนั้นจะมีพิสัยของข้อลดลง รวมทั้งพบการบวมของข้อเมื่อทำการคลำและสุนัขมักแสดงอาการเจ็บเมื่อทำการเหยียดหรืองอข้อศอก สำหรับการวินิจฉัยยืนยันต้องอาศัยภาพถ่ายรังสีของข้อศอก ในส่วนของการรักษาโรคนี้พบว่าไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ 100%

2.โรคที่เทคโนโลยี DNA ปัจจุบันสามารถตรวจพบยีนต้นตอที่ทำให้เป็นโรค

– 2.1 Exercise Induced Collapse (EIC) อาการโรคนี้คือเมื่อสุนัขออกกำลังกาย เช่น วิ่งเล่นมากๆ ผสมความตื่นเต้นดีใจ จะทำให้กล้ามเนื้อของสุนัขอ่อนแรงและล้มลงเป็นเหมือนอัมพฤกษ์ชั่วคราว ส่วนมากเป็นที่ขาหลังโดยที่สุนัขเองก็ไม่รู้ตัวว่าเป็นอะไรก็ยังพยายามเคลื่อนไหวด้วยขาหน้า หลังจากสุนัขได้พัก 5-25 นาที และหายจากอาการตื่นเต้นแล้วก็จะสามารถกลับมาเป็นปกติได้ แต่ก็มีบางกรณีที่สุนัขเสียชีวิตเพราะเหตุนี้ *การที่สุนัขไม่เคยแสดงอาการของโรคนี้ไม่ได้เป็นการการันตีว่าสุนัขตัวนั้นปลอดจากโรคนี้ เพราะอาการขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ต้องได้รับการตรวจ DNA เท่านั้นถึงจะยืนยันได้

– 2.2 Centronuclear Myopathy (CNM) โรคนี้จะทำให้สุนัขมีปัญหาด้านกล้ามเนื้อพัฒนาผิดปกติในหลายรูปแบบ เช่น การเคลื่อนไหวของขาแบบไม่สัมพันธ์กันกล้ามเนื้ออ่อนล้ากินอาหารลำบาก สามารถแสดงอาการได้หลังจากเกิด 3-6 เดือนโรคนี้ก็เป็นอีกโรคที่ไม่มีทางรักษา จึงควรป้องกันโดยการตรวจ DNA ของพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ก่อนทำการผสม

– 2.3 Progressive Retinal Atrophy (PRA) หรือ Progressive Rod Con Degeneration (PRCD) โรคจอประสาทตาเสื่อม โรคนี้จะเป็นการเสื่อมของจอประสาทตา สุนัขจะมองภาพได้ไม่ชัดเจนในที่มีแสงน้อยหรือตาบอดกลางคืน และจะบอดสนิทในที่สุด ส่วนใหญ่อาการนี้ไม่สามารถรักษาได้ เป็นการเสื่อมของเยื่อชั้นในลูกตา เป็นโรคทางพันธุกรรมเกี่ยวกับสายตาของสุนัขซึ่งจะทำให้สุนัขมีปัญหาทางสายตาจนกระทั่งตาบอด โดยจะไม่ปรากฏอาการจนกระทั่งสุนัขอายุ 3-5 ปี ในช่วงก่อนปรากฏอาการ หากไปพบสัตวแพทย์ก็ยังจะไม่พบอาการผิดปกติใดๆ โรคนี้ถ้าเป็นแล้วไม่มีทางรักษา มีแต่ทางป้องกัน โดยต้องตรวจพันธุกรรมพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ก่อนผสมว่าปลอดจากโรคนี้เท่านั้น จากสถิติสำหรับ Labrador 76% ปลอดโรค(Clear), 21%เป็นพาหะ(Carrier),และ 3% เป็นโรค (Affected )

– 2.4 Cystinuria (CYN) เป็นโรคเกี่ยวกับโรคไต สาเหตุเกิดจาก ความผิดปกติในการกำจัดกรดอะมิโนที่ชื่อว่า Cystine สุนัขที่เป็นโรคนี้มีความผิดปกติในการดูดซึม Cystine กลับที่ไต ทำให้พบ Cystine ในปัสสาวะ ส่งผลให้เกิดผลึกนิ่ว Cystine ที่ไตหรือกระเพาะปัสสาวะ มีปัญหามากในสุนัขตัวผู้เนื่องจากทำให้เกิดการอุดตันทางเดินปัสสาวะส่งผลให้ไตวาย กระเพาะปัสสาวะแตกและเสียชีวิตในที่สุด สามารถพบได้ตั้งแต่เด็ก อาการ ทำให้ปัสสาวะลำบากปัสสาวะไม่ได้ มีเลือดในปัสสาวะในสุนัขตัวผู้มีท่อทางเดินปัสสาวะแคบกว่า ตัวเมียต้องรีบรักษาก่อนจะเกิดภาวะอุดตันซึ่งเหนียวนำให้เกิดกระเพาะปัสสาวะแตก ไตวาย แล้วเสียชีวิตในที่สุด

– 2.5 Hereditary Nasal Parakeratosis (HNPK) Hereditary Nasal Parakeratosis (HNPK) สุนัขที่ได้รับผลกระทบจากโรค HNPK จะมีผิวที่แห้งและขรุขระบนปลายจมูก ในกรณีที่รุนแรงจมูกของสุนัขจะแตกทำให้รู้สึกไม่สบายอย่างรุนแรง

– 2.6 Degenerative Myelopathy (DM) DM เป็นโรคเกี่ยวกับความเสื่อมของไขสันหลัง โดยจะมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแอในขาหลังท้ายที่สุดนำไปสู่ภาวะอัมพาตขา

หมายเหตุ:โรคที่เทคโนโลยี่ DNA สามารถตรวจพบยีนต้นต่อที่ทำให้เกิดโรคได้เท่านั้นถึงจะสามารถยืนยันได้ว่าพ่อ-แม่พันธุ์ จะไม่ถ่ายถอดโรคทางพันธุกรรมให้กับลูกๆ

อ้างอิง : เวปไซด์ dreamweaverlabrador.com เขียนโดยคุณวีระศักดิ์ ศิลากุล เจ้าของฟาร์มลาบราดอร์บ้านทอฝันจากจังหวัดขอนแก่น ขอขอบคุณมาณ.ที่นี้